ติดตามสินค้า|แจ้งการชำระเงิน
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
0
0
 Back

Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2019 เวลา 9:03

1 |

Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาเจอกันอีกครั้ง วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆในเรื่องของสกินแคร์มาบอกต่อค่ะ กับ “Skincare Ingredient” ส่วนผสมในสกินแคร์ บอกอะไรเราได้บ้าง? เนื่องจากว่าแอดมินเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายม๊ากกกกก โดยเฉพาะพวกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ดังนั้นเวลาจะซื้อสกินแคร์ที ต้องนั่งดู นั่งอ่านส่วนผสมกันยกใหญ่

วันนี้เลยอยากจะมาแชร์วิธีอ่านส่วนผสมในสกินแคร์ค่ะ เพื่อเป็นการตัดสินใจในการซื้อ บอกเลยว่าเห็นมีแต่ภาษาอังกฤษยาวๆเหมือนจะยาก แต่จริงๆแล้ว การอ่านส่วนผสมในสกินแคร์ไม่ได้ยากอย่างที่เราคิดนะคะ ไปดูกันเลยค่า ^^

Skincare Ingredient มาดูวิธีอ่านส่วนผสมกัน

Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

1.ส่วนผสมของสกินแคร์อยู่ตรงไหนบ้าง?

พยายามพลิกหาตรงที่เขียนว่า INGREDIENT หรือ ส่วนผสมให้ทั่ว ตามนี้ค่ะ

1.บนกล่องของผลิตภัณฑ์ 

2.ด้านหลังของตัวขวดผลิตภัณฑ์

3.ในใบเล็กๆ ที่ใส่ในกล่องผลิตภัณฑ์

4.ใต้ขวดผลิตภัณฑ์


ถ้าเกิดว่าดูจนครบแล้วยังไม่มีส่วนผสมบอก ก็ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆเลยค่ะ เพราะการบอกส่วนผสมนั้นสำคัญมาก! ถ้าเธอไม่มีบอก แปลว่าเธอใส่อะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่ควรเสี่ยงนะคะทุกคน

2.หาส่วนผสมที่เสี่ยงกับการแพ้

ส่วนที่สำคัญที่สุดเลยค่ะ ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์เราควรสแกนหาส่วนผสมที่เราควรหลีกเลี่ยงก่อน ถ้าใครยังไม่รู้ว่าแต่ละส่วนผสมคืออะไร ให้ลองดูส่วนผสมเหล่านี้ไว้ก่อนเลยค่ะ 


  • สารกลุ่มซัลเฟต (SLS และ SLES)
  • สารกันเสีย (Paraben)
  • น้ำหอม (Perfume/Fragrance)
  • สีสังเคราะห์ (Synthetic Color)
  • ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
  • สารปรอท (Mercury)
  • แอลกอฮอล์ (Alcohol)


นี่เป็นแค่ส่วนนึงของสารที่อาจะก่อให้เกิดการแพ้ ที่เรายกตัวอย่างมาค่ะ อย่าลืมสแกนดูส่วนผสมเหล่านี้ ก่อนการตัดสินใจซื้อน้าาาาาาาาาา

3.เช็คการเรียงลำดับส่วนผสม

ตรงนี้เราเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบ เพราะเราก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ 555555 การเรียงลำดับของส่วนผสมในสกินแคร์มีที่มาที่ไปน้า เพราะส่วนผสมในสกินแคร์ชิ้นนั้น จะเรียงลำดับการใส่มากไปหาน้อยค่ะ โดยส่วนผสม 5 อันดับแรกจะใส่เยอะที่สุด แล้วก็ไล่ลำดับมาเรื่อยๆจนถึงส่วนผสมสุดท้าย ส่วนมากในสกินแคร์ส่วนผสมที่มากสุดจะเป็นน้ำค่ะ (Water/Aqua)

4.เช็คส่วนผสมอื่นๆ (And Other Ingredients)

Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

ส่วนผสมที่อยู่ลำดับท้ายๆ หรือแม้แต่ส่วนผสมที่เขียนว่า And Other Ingredients ก็ต้องเช็คให้ดีค่ะ ในเมื่อส่วนนี้เราไม่สามารถรู้ได้ว่าส่วนผสมอื่นๆคืออะไร แนะนำให้ inbox ไปถามในเพจสกินแคร์นั้นได้เลยค่า เพราะการที่ไม่ใส่ส่วนผสมที่แน่นอนไปในผลิตภัณฑ์ ทำให้ดูน่าสงสัยว่าอาจจะเป็นสารอันตรายหรือเปล่าน้าาาาาาา?

5.เช็คส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้ง

หลังจากดูส่วนผสมคร่าวๆ ดูส่วนผสมที่เสี่ยงกับการทำให้แพ้แล้ว เราก็ต้องเช็คส่วนผสมทั้งหมดที่เราไม่รู้ หรือที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตากันค่ะ วันนี้เราเลยนำเว็บไซต์ในการเช็คส่วนผสมในสกินแคร์มาฝากทุกคนด้วย

เว็บ >> https://www.skincarisma.com/

Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !
  • เข้ามาหน้าตาเว็บจะเป็นแบบนี้ค่ะ เราคลิกเข้าไปที่ COSMETIC ANALYZER


Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !
  • จะมีช่องข้างล่างให้เราใส่ส่วนผสม สามารถพิมพ์ส่วนผสมทั้งหมดลงไปได้เลยค่ะ แล้วก็คลิก ANALYZE PRODUCT เพื่อไปยังขั้นตอนสรุปผล
Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !
  • เค้าก็จะสรุปผลออกมาให้เราเลย มีบอกด้วยว่าเป็นส่วนผสมสินค้าตัวไหน (โหดมาก) มีบอกว่าสินค้ามีอะไรเป็นส่วนผสม เหมาะกับผิวแบบไหน ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง


Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

และมีข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

ส่วนนี่เราแปลออกมาคร่าวๆให้ เป็นไอคอนส่วนผสมค่ะ

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

ศัพท์เพิ่มเติมง่ายๆ ที่มักจะใช้บ่อยๆในเครื่องสำอาง หรือสกินแคร์

Anti-aging Age-defense, Anti-wrinkle, Time Defiance : เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติต่อต้าน ลบเลือน ลดหรือชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

Fragrance Free : ปราศจากส่วนผสมที่เป็นน้ำหอม (ที่สังเคราะห์จากสารเคมี)

Allergy Tested : ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่แพ้

Non-alcohol : ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

Against Animal Testing : ไม่มีการทดสอบกับสัตว์ทดลอง

Firming/Lift : คุณสมบัติที่ช่วยยก กระชับผิวให้เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น

Oil Control/Shine Control : ช่วยควบคุมความมัน

Anti-oxidant : คุณสมบัติ ต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ

Waterproof :  กันน้ำได้หรือไม่ละลายน้ำ

White/Whitening : ปรับสีผิวให้ขาวขึ้น

UV Filter : ป้องกันรังสีอัลต้าไวโอเล็ตจากแสงแดดได้

Hydrating Cream : ให้ความชุ่มชื้นกับผิว โดยไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว

และสุดท้ายนี้ อย่าลืมดูวันหมดอายุ วันผลิต ของสินค้านะคะ**


Skincare 101 :: Skincare Ingredient มาอ่านส่วนผสมในสกินแคร์กันเถอะ !

ถ้าเจอสัญลักษณ์แบบนี้ หมายความว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ สามารถใช้ได้อีก 6,12,18,24 เดือน *หลังจากเปิดใช้งาน* ต่อให้พึ่งผลิตหรืออีกสองปีหมดอายุ แต่ถ้าเราเปิดใช้งานแล้ว ก็มีอายุอยู่แค่ตามจำนวนเดือนในรูปเท่านั้นค่ะ ^^


วันหมดอายุ มีตัวย่อคือ EXP หรือ Exp. date ย่อมาจาก Expiry date หรือ Expiration date หมายถึง วันหมดอายุ 


วันที่ผลิต MFG ย่อมาจากคำว่า Manufacturing date แปลว่าวันที่ผลิตค่ะ อย่าจำสับสนน้าาาาา

เราแปะวันหมดอายุของสกินแคร์ และเครื่องสำอางมาให้คร่าวๆค่ะ ว่าแต่ละชิ้น สามารถอยู่ได้กี่ปี นับจากวันที่ผลิต


รองพื้น : 2 ปี

คอนซีลเลอร์ : 2 ปี

แป้ง : 2 ปี

มาสคาร่า : 6 เดือน

ลิปสติก : 12-18 เดือน

ดินสอเขียนขอบปาก และขอบตา : 12-18 เดือน

อายแชโดว์ : 2 ปี

บลัชออนเนื้อฝุ่น : 2 ปี

บลัชออนเนื้อครีม : 2 ปี

มอยส์เจอไรเซอร์ : 2 ปี

ครีมบำรุงรอบดวงตา : 6 เดือน

ครีมกันแดด : 2 ปี

ครีมบำรุงผิวหน้า : 2 ปี

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆที่เรานำมาฝาก การอ่านส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ คำไหนที่เราไม่รู้ก็สามารเซิทคำแปลได้เลย ถือว่าเป็นการฝึกจำศัพท์อีกทางด้วยน้าาาา แล้วพบกันใหม่ในกระทู้หน้า ที่ theBEAUTRIUM.com (บิวเทรี่ยม) ที่เดิมนะคะ วันนี้เราขอตัวไปก่อน บายๆค่า

สินค้าคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก
ส่งฟรี! เมื่อสั่งซื้อครบ 500 บาท
รับประกันของแท้ 100%
โปรโมชั่นใหม่ ทุกสัปดาห์